ยิ้มเข้าไว้… เพราะคนคือสภาพแวดล้อม

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เครื่องประดับที่สวยที่สุดสำหรับผู้หญิงคือรอยยิ้ม

 

เราเห็นด้วยนะ ไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชาย หรือเพศอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ คนเราจะดูดีขึ้นเสมอเวลาที่ยิ้ม

 

ทำไมตอนเด็กๆคนเราถึงดูน่ารักน่ามอง เพราะยิ้มง่าย หัวเราะง่ายไง

แต่แปลกนะ ทำไมพอโตเป็นผู้ใหญ่ เรากลับยิ้มได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

 

ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เราใช้เวลาไปกับการนอนดูซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง What’s wrong with secretary Kim กับแม่

ขำรอยยิ้มเพื่อการค้าของนางเอกมาก เพราะเราก็ทำแบบนั้น

แต่ไม่สวยขนาดนั้น ต่างกันประมาณรูขุมขนบนใบหน้านางเอกกับหลุมอุกกาบาตบนดาวพลูโต

 

เรามักใช้โหมดรอยยิ้มเพื่อการค้าในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและต้องการความเป็นมืออาชีพมากๆ

เช่น ในการประชุมสำคัญๆ เพราะเครียด เลยต้องยิ้มเยอะกว่าปกติ เรียกความมั่นใจให้ตัวเอง

ในบางสถานการณ์ สิ่งที่ต้องเจอมันก็ยากเกินกว่าความสามารถที่เรามี

แต่ก็ไม่แปลกอะไร ถ้ามันง่าย เค้าจะจ้างเรามาทำไมล่ะจริงมั้ย

 

ในสถานการณ์คับขัน บางครั้งการทำตัวเองให้อารมณ์ดีๆ มีรอยยิ้มบนใบหน้า บางทีมันก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้

 

เราถึงกับเขียนเอาไว้ในแผนการทำงานปี 2018 ของตัวเองเลย

ว่าจะต้องทำงานอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ควบคุมอารมณ์ให้ดีและมี service mind อยู่เสมอ

 

ตอนเราทำงานปีแรกมันไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ

เราได้รางวัลคุณทักทายเป็นกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าจากบริษัทตอนปีใหม่ด้วย

 

แต่กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เช้าๆ ไม่ค่อยได้ทักทายใครเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้ยิ้มเลย

ตอนนี้เลยพยายามทำตัวเองให้อารมณ์ดีตอนเช้าๆ พยายามยิ้มๆให้ทุกคน

วันนี้ตื่นเช้ามาก็อารมณ์ดีมากเพราะว่าได้หยุดมาอย่างเต็มที่

เคยไปรีสอร์ทบ้านสวนน้อย ที่เป็นบ้านฮอบบิทที่โคราช พี่เจ้าของรีสอร์ทจริงๆแล้วพี่เค้าเป็นโปรแกรมเมอร์

เค้าเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเวลาไปหาลูกค้า เค้าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปขายโปรแกรม ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก พอถึงบริษัทลูกค้า พี่เค้าก็จะทำหน้ายิ้มๆ เข้าไปหาลูกค้า คือเรารู้สึกคำพูดนี้มันมีผลต่อเรามากเลยอ่ะ ทำให้อยากมาทำงานด้วยรอยยิ้ม

วันนี้เป็นวันที่โดนเรียกประชุมกะทันหันเยอะมาก คือในตารางอ่ะ ว่าง โล่งเลย แต่วิ่งๆหัวหมุนทั้งวัน

ปกติวันไหนยุ่งๆ เวลามีคนมาเรียกกะทันหัน เราก็มักจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อยู่แล้วแหละ แต่คงเป็นเพราะได้ชาร์จแบตมา วันนี้เลยเป็นสายซัพพอร์ตเต็มที่เลย

เคยมีคำกล่าวไว้ว่าการยิ้มใช้กล้ามเนื้อน้อยกว่าการทำหน้าบึ้ง

แต่เราตอบไม่ได้หรอกนะว่าใช้กี่มัด แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้จนรู้แน่ชัด

แต่สิ่งที่เรารู้แน่ๆคือการพยายามยิ้มในทุกๆวันจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นได้แน่ๆ

คือนี่เป็นคนหน้านิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้มไง เวลากำลังใช้ความคิดมากๆ หน้าก็จะดูเหมือนไปโกรธใครมา ลุงก็ชอบบ่นๆแกมหยอกว่าเดี๋ยวนี้เธอไม่น่ารักเลย โกรธทุกวันเลย พอลุงทักก็จะหันไปยิ้มอิ๊อ๊ะให้ “ไม่ได้โกรธค่า กำลังคิดเรื่องนี้อยู่นะ”

คือถ้าเราไม่ยิ้มอ่ะ คนจะตีความไปในทางลบได้ แต่การยิ้ม มักจะให้ผลดีมากกว่าผลเสียนะ ยกเว้นคนๆนั้นจะหมั่นไส้เราเป็นทุนเดิม ซึ่งก็ห้ามความคิดใครไม่ได้ ชะลาล่า ^^

สุดท้ายแล้วเวลาทำงานอ่ะ มันวัดกันที่ผลลัพธ์อยู่แล้ว ไม่แปลกหรอก เรื่องธรรมดา แต่การเติมรอยยิ้มเล็กๆลงไป แบ่งปันภาพที่น่ามองให้คนอื่น ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

มันเหมือนกับเรากินอาหาร เพื่อต้องการสารอาหารที่ประโยชน์ต่อร่างกายก็จริง แต่รสชาติที่ดีก็ทำให้มนุษย์พึงพอใจได้เสมอ

สมมุติเอาง่ายๆว่ามีคนสองคนที่ทำงานได้เท่ากันทุกอย่าง แต่คนหนึ่งทำหน้าบูดบึ้งตลอดเวลา ในขณะที่อีกคนหนึ่งยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เรามักจะชอบคนหลังมากกว่าอยู่แล้ว

เรานี่เคยมีปัญหากับเรื่องนี้หนักมากเลยตอนปีแรกๆที่ทำงาน คือเป็นคนไม่ค่อยยิ้มไง แต่ก็ตั้งใจทำงานนะ มีครั้งหนึ่งทะเลาะกับ MD เราไม่ได้เริ่มด้วย คือเรื่องมันหยุมหยิมมาก มีคนเอากระดาษที่ปเ็นขยะไปทิ้งในกล่องใส่กระดาษรีไซเคิล MD ก็ไม่พอใจ ให้เราไปเดินถามคนทั้งโรงงานว่าใครเป็นคนทิ้งกระดาษลงไป ซึ่งเราก็ทำนะ แต่มันไม่มีใครยอมรับอยู่แล้วไง เราก็เลยเดินกลับมาบอก MD ว่า เราถามทั้งโรงงานแล้ว แต่ไม่รู้จริงๆว่าใครทำ แล้วเราก็ขยำกระดาษนั้น จะเอาไปทิ้ง (ก็มันเป็นขยะอ่ะ ก็เลยจะทิ้ง)

ปรากฏว่า MD เดินมาแย่งขยะจากมือเรา แล้วเอาไปทิ้งเองแบบใส่อารมณ์ แล้วบอกเราว่า “ที่มันมีปัญหา ก็หน้าของเธอนี่แหละ”

กำ… นี่ต้องลาออกจากงานไปทำศัลยกรรมมั้ยคะ 5555

เอาจริงๆก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะคำพูด MD คนนั้นหรอก แต่ก็เหมือนอ่านอะไรมาแล้วตกผลึก แล้วก็แค่บอกตัวเองง่ายๆว่า เอาล่ะ ฉันจะพยายามทำตัวดีๆ ทำหน้ายิ้มๆ ให้คนอื่นสบายใจก็แล้วกัน

หลังจากนั้นก็เลยใช้รอยยิ้มเพื่อการค้าเป็น เริ่มอยู่เป็น

เราไม่ได้ยิ้มให้คนอื่นมาชอบเราหรอก แค่ทำเพื่อให้ตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นลำบากใจ

อยากเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีในที่ทำงาน

ปกติเป็นคนดาร์คๆ เถื่อนๆ ไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ แต่ไปทำงานเดี๋ยวนี้ก็พูดคะขา เราว่ามันน่ารักดี

พี่เมเนเจอร์เราเค้ามีลูกเล็กๆ เค้าก็จะพูดเพราะ เพราะเกินไป บางทีสะดุ้งเลย

วันนี้เหมือนเค้ามีเรื่องจะใช้เรา ซึ่งเป็นการใช้ที่ค่อนข้างจะทำให้เราลำบาก คือแปลงานด่วน และจำนวนงานที่ต้องแปลเยอะด้วย ก็เดินมาเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน “น้อง(ชื่อเรา)จ๊ะ” นี่หันไปมองหน้าพี่เค้าแบบสะดุ้ง และหวาดระแวง รู้ตัวว่าจะโดนใช้ 5555

“อะไรคะ.. ตกใจอ่ะ ^^”

แล้วพี่เค้าก็เรียกเราไปดูไฟล์ภาษาญี่ปุ่นเป็นสิบๆไฟล์ บอกว่ามันเยอะ ต้องใช้… อยากให้แปล

แต่เราทำงานกับพี่เค้ามานาน เค้าก็จะคุ้นเคยกับสไตล์เรา คือเราถามก่อนว่าเค้าต้องการอะไร เอาไปทำอะไร due date เมื่อไหร่บ้าง

สุดท้ายแล้วในสิบไฟล์นั้น ก็มีอันที่เกี่ยวข้องแค่อันเดียว ประมาณ 3 หน้า นี่ก็คุยๆ อ๋อ ค่ะพี่ ได้ค่ะ พรุ่งนี้นะคะ โอเคค่ะ

คือรู้สึกตัวเองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก 5555+

พอยิ้มเก่งขึ้น ใช้รอยยิ้มเพื่อนการค้าเป็น แล้วรู้สึกเราต่อรองกับ user ได้ มีอะไรพอบรรยากาศมันเป็นมิตร เราก็กล้าพูด กล้าคุย กล้าถามอ่ะ แล้วการคุยกัน มันทำให้ทำงานสะดวกขึ้นเยอะ ลดพวก Muda ในการแปลอะไรที่ไม่จำเป็นได้เยอะด้วย

วัดง่ายๆจากชั่วโมงโอที เราลดการทำโอทีของตัวเองได้ทุกปี ปีละมากกว่า 50%

เอาจริงๆมันก็หมายถึงรายได้ที่ลดลงนะ

แต่สำหรับเรา เราโอเคไง เอาเวลาที่ได้มาไปสร้างรายได้ทางอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่เราอยากทำได้ เราก็เลยว่ามันดีแล้วล่ะ

คือแค่ยิ้มและคุยเก่งขึ้น งานที่เราต้องแปลก็ลดลงเลยอ่ะ

อาจจะไม่ได้ผลเหมือนกันหมดทุกคนนะ เพราะปัจจัยที่เราเจอกับที่คนอื่นเจอก็ไม่เหมือนกัน แต่เชื่อเถอะว่าการไปทำงานด้วยรอยยิ้ม มันจะให้อะไรดีๆกลับมาแน่นอน เราพิสูจน์มาแล้ว

 

ปล. หัวข้อเปลี่ยนไปนิดหน่อย ตอนแรกที่ตั้งไว้คืออยากเป็นคนใจดี เพราะคนคือสภาพแวดล้อมในการทำงาน แต่เดี๋ยวนี้เราเหนื่อยกับการเป็นคนใจดีน่ะ ก็เลยคิดว่า ใจดีแค่พอสมควรก็พอ ถ้ามันทำให้เราลำบากมากคนเกินไปก็ปฏิเสธคนให้เป็นบ้างก็ดี (อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานนะ) คือตอนแรกที่คิดหัวข้อนี่กำลังอยู่ในช่วงโลกสวย อยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ อยากช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อน แต่พอมาเขียนจริงๆ ความคิดเราก็เปลี่ยนไปแล้วอ่ะ

ไม่ต้องเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ก็ได้ ไม่ต้องถึงกับไปเปลี่ยนแปลงอะไร แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่มีรอยยิ้มมากขึ้นก็พอ เอาแค่นี้ก่อน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s