ผู้ชายคนนั้นคือ User ในฝันของล่ามอย่างฉัน

จั่วหัวมาเหมือนชื่อภาพยนตร์ญี่ปุ่นเลย 555+

จริงๆเราไม่ค่อยได้ดูหนังบ่อยหรอก แค่รู้สึกเอาเองว่าชื่อหนังสือนิยายแจ่มใสกับหนังญี่ปุ่นมันชักจะไปไกล คือเราจำไม่ได้อ่ะ ไปดูหนังแล้วพูดชื่อผิดนี่อาจจะเด๋อได้

กลัวว่าวันหนึ่งมันจะเป็นแบบนี้

อยากรู้ชื่อสนุกๆของหนังญี่ปุ่น ไปตามดูกันได้ใน ทำไม “ชื่อเรื่อง” ละครญี่ปุ่น ถึงย้าวยาววววววว

นี่ก็เพิ่งรู้ชื่อเรื่องเต็มของ Biri Girl ถ้าข้อสอบออกมาว่าให้บอกชื่อเต็มของหนังเรื่องนี้ เราคงสอบตกอ่ะ

เป้าหมายในปีนี้คืออยากเขียนบล็อกอย่างน้อยเดือนละ 1 เรื่อง

แต่เดือนกันยายนก็เขียนไม่ทันซะแล้ว เลยมาวันหนึ่งหยวนๆน่า

เมื่อวานนี้ไปรับงานแปลครึ่งวัน 9:00-13:00 แถวๆบ้านนี่แหละ
เป็นการคุยอธิบายเนื้อหางานกับคนญี่ปุ่นที่จ้างเราก่อน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปแปลประชุมกับลูกค้า (ประธานบริษัทคนไทย)

อยากจะบอกว่า 1 ชั่วโมงที่ได้คุยกับ MD คนญี่ปุ่น เป็น 1 ชั่วโมงที่มีค่ามาก สำหรับล่ามแล้ว MD คนนี้คือ user ในฝันที่สวรรค์ประทานมาเลย

เค้าเอาเอกสารเกี่ยวกับโปรเจคของเค้าทั้งหมดมากางให้เราดู อธิบายให้เราเข้าใจก่อน บอกว่าวันนี้อยากพูดเรื่องอะไร อยากถามเรื่องอะไร อยากคุยเรื่องอะไร ตอนนี้สถานการณ์ของโปรเจคเป็นยังไง ติดปัญหาตรงไหน มี Task อะไรที่ต้องทำในวันนี้

คือกรี๊ดมาก ตำแหน่งฮีคือ Managing Director แล้ว Management สำหรับการเจรจาธุรกิจคือโอเคเลย

ประโยคแรกที่เค้าบอกเราคือ “ผมไม่เคยใช้ล่ามมาก่อน ผมอยู่ไทยมายี่สิบปีได้ แต่ไม่ตั้งใจเรียนภาษาไทยเท่าไหร่ เวลาคุยก็ใช้ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น ปนๆกันไป แต่ก็สื่อสารกันได้ไม่ค่อยดีนัก วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจะใช้ล่าม ผมคงได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากคุณ วันนี้รบกวนด้วยนะครับ”

เราก็ตอบไปว่า “เราก็ใหม่สำหรับการแปลงานก่อสร้างเหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนจะถามนะคะ เราจะได้เรียนรู้ด้วย วันนี้ก็รบกวนด้วยเช่นกันนะคะ”

MD อ่านขาดขนาดบอกเราไว้ว่าบางทีตกลง Layout กันได้แล้ว แต่ฮวงจุ้ยไม่ได้ ซินแสไม่ยอม ก็ต้องเปลี่ยน สอนคำศัพท์เรา คำว่าฮวงจุ้ย ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 風水 ふうすい Feng Shui (Chinese Geomancy) แล้วพอเข้าไปแปลจริง ศัพท์คำนี้ก็ออกสอบจริงๆ เราเลยแปลได้เพราะ MD ติวมาให้ก่อน ประธานบริษัทคนไทยพูดว่า “บางทีคิดมาหมดแล้วแต่ซินแสไม่ยอมก็ไม่ได้ เค้าไม่ยอม ต้องให้ไลน์ Flow ตามเข็มนาฬิกา” แล้วก็ทำหน้าลำบากใจ

คนไทยทั้งประธานบริษัทและลูกน้องเค้าก็แปลกใจที่เราแปลได้ ถามว่าญี่ปุ่นเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยด้วยเหรอครับ

เราก็แปลให้ MD คนญี่ปุ่น ฮีก็ตอบแบบชิวๆเลยว่า “ผมทำงานกับบริษัทไต้หวันมาน่ะครับ ก็เลยพอจะรู้เรื่องนี้บ้าง”

การประชุมวันนี้มีหลายฝ่ายเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นบริษัทคนไทยที่มีประธานเป็นคนไทย
มีผู้บริหาร(เจ้าของ) บริษัทคนญี่ปุ่น 2 บริษัท ผู้รับผิดชอบงานคนไทยของบริษัทก่อสร้าง แล้วก็มีฝรั่ง 1 คน กับล่ามควบเลขาของเขา

ก็เลยได้ใช้ทั้งสามภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่นเลย พอเป็นคนเดียวที่สื่อสารได้ทั้ง 3 ภาษาในที่ประชุม เลยรู้สึกสวยขึ้นมาทันที 5555+ ยิ่งแปลคำว่าฮวงจุ้ยได้ขณะที่ล่ามอังกฤษแปลไม่ได้นี่สวยกว่าเดิมอีก 5555+ (อย่าหันมาถามตูนะว่าฮวงจุ้ยภาษาอังกฤษแปลว่าอะไร ตอนนั้นตูก็ไม่รู้เหมือนกัน)

อยากจะบอกว่าการที่ลูกค้าบรีฟให้เราก่อนเริ่มงานมันสำคัญมากจริงๆ มันช่วยให้การทำงานของล่ามราบรื่นขึ้นเยอะเลย เพระาล่ามมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำงานของผู้ว่าจ้าง แต่ถ้าผู้ว่าจ้างไม่ให้ข้อมูลล่ามเลย ล่ามก็ต้องงมเอาเอง แก้ปัญหาไปตามสถานการณ์เอาเอง ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้าง

เอาง่ายๆก็เหมือนเราไม่สบายแล้วไปหาหมอ ถ้าเราบอกอาการได้ละเอียด ถูกต้อง ชัดเจน หมอก็จะตรวจตรงจุดที่มีปัญหา วิเคราะห์ และสั่งจ่ายยาได้ตรงกับโรค การรักษาก็ได้ผล

แต่ถ้าเราพูดอธิบายไม่ชัดเจน วกไปวนมา ตอบ 50-50 ตลอด หมอก็อาจจะงง ไม่รู้จะวินิจฉัยโรคยังไงดี

โชคดีมากที่เราเจอ User ที่ดีมากๆ เลยทำให้การทำงานเมื่อวานเป็นไปอย่างราบรื่น ก็รู้สึกดีนะที่ทำงานได้ตามเป้าหมายของตัวเอง

จบแล้วล่ะเรื่องการทำงาน แต่เมื่อวานเป็นวันที่ทำหลายอย่างมาก ก็เลยอยากจะบันทึกเอาไว้

เราไปลงติวโทอิคฟรีเอาไว้ เพราะเราทำงานเป็นติวเตอร์สอนภาษาด้วย อยากไปฟังเทคนิคการสอนของคนอื่นน่ะ เลยกลับไปเป็นนักเรียนเตรียมสอบดูสักวัน เราชอบเรื่อง Biri Girl ด้วยแหละ ดูแล้วมีไฟในการอ่านหนังสือดี ถ้าใครเตรียมสอบอยู่ก็แนะนำให้ดูเลยล่ะ

จริงๆเวลาติวเริ่ม 13.00 แต่กว่าเราจะได้ออกจะบริษัทลูกค้าก็ประมาณ 13.10 ไม่อยากจะพูดถึงเลยว่าแว้นไปด้วยความเร็วเท่าไหร่ คือถ้าขับรถคงไม่แปลก แต่นี่มอไซไง (รถยนต์แบตหมด เป็นความง่าวของข้าพเจ้าเอง แบตหมดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้จักจำ)

ถึงที่ติวโทอิคตอน 13.45 จริงๆไปไม่ถูกด้วยซ้ำ อาศัยติดไฟแดงแล้วถามคนขี่มอไซเหมือนกัน เค้าก็บอกว่าขับตามผมมาเลยครับ ผมก็ไปเหมือนกัน เลิศจ้าาาา

ตอนนี้เป้าหมายที่เราอยากจะทำหลังจากผ่อนบ้านหมดคือการเปิดโรงเรียนสอนภาษาของตัวเอง อันนี้คิดไว้ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มทำงานแล้ว

ตอนนี้โปรเจคนี้อยู่ในระหว่างยื่นเรื่องขอกู้เงินจากบริษัทเงินทุก มกอ.= แม่กูเอง

ย้อนไปตอนปิดเทอม ม.5 ขึ้นม.6 เราเรียนกวดวิชา 2 คอร์สคือ Eng Ent ของ Enconcept กับ Intensive ไทย-สังคมของดาว้องก์ (เรียนตามเพื่อนน่ะ) คอร์ส Eng Ent เรียนกับครูพี่แนน เริ่มเรียน 8:00-10:00 กว่าเราจะตื่นไปเรียนก็ 9 โมง กินมาม่าเสร็จก็หลับในห้อง ตื่นมาก็ 10 โมง เลิกเรียนพอดี อุบาทว์มาก เสียเงินเกือบ 5 พันเพื่อไปนั่งกินมาม่าและหลับไป แม่รู้แม่คงเสียใจ

แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เหอะ คำศัพท์ใน Memolody ที่ได้ยินกรอกหูตอนหลับ มันทำให้เราจำได้จริงๆ เราสอบเข้ามหาลัยรอบรับตรง โดยใช้วิชาภาษาอังกฤษวิชาเดียว โดยที่เราไปนั่งร้องเพลงแค่ 4 เพลงที่เราจำได้ แต่มันช่วยให้เราสอบติดที่ที่อยากได้จริงๆ

เลยปลื้มเทคนิคการทำข้อสอบของเค้าน่ะ ก็เลยไปลงติวโทอิคฟรี จ่ายค่าเอกสาร 300 เพื่อไปขโมยเทคนิคการสอนของคนอื่น แต่มันไม่ค่อยหนุกอ่ะ ขโมยอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อีกอย่าง เสียงที่ถ่ายทอดสดมามันเบามาก เรียนไม่รู้เรื่องเลย

แต่ข้อดีก็มีนะ ได้ไปสำรวจห้องเรียน+อุปกรณ์เค้า ทีวีเล็กไปนะ คนนั่งข้างหลังมองไม่เห็นนะ เสียงเบาไป ไม่โอเคนะ ก็ได้การบ้านมาคิดต่อว่าถ้าเป็นโรงเรียนของเรา เราอยากให้มันเป็นแบบไหน อยากได้อะไรบ้าง (และสิ่งที่อยากได้ต้องใช้เงินเท่าไหร่ จะคุ้มทุนมั้ย)

พอเลิกเรียนก็ไปซื้อโตเกียว(ชอบกินโตเกียวมาก) แล้วก็ไปขอโบรชัวร์คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นของโรงเรียนกวดวิชาอื่นๆติดมือมา เอาไว้อ้างอิงราคากับคิดเนื้อหาคอร์ส (เล่นเป็นนักสืบนั่นเอง)

สำหรับเรา เราอยากเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้การเรียนภาษาง่ายขึ้น สะดวกทั้งกับผู้เรียนและผู้สอนมากขึ้น ไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดเพื่อไปเรียน อยากให้เรียนที่ไหนก็ได้ ง่ายๆ และได้ผล เน้นสอนสดตัวต่อตัวแต่เป็นแบบออนไลน์ เลือกเวลาที่ทั้งผู้เรียนและผู้สอนสะดวก ก็จะลดต้นทุนค่าสถานที่ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายอื่นๆลงไป แต่ระบบอินเตอร์เน็ต ภาพ เสียง ต้องดีพอนะ กำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำยังไงดี

คอร์สที่แล้วที่เราสอนที่โรงเรียนภาษา เป็นไพรเวทคลาสของพี่เมเนเจอร์บริษัทหนึ่ง ก็สอนมินนะนี่แหละ แต่เค้าเป็นเมเนเจอร์ อยากรู้อะไรเราก็สอนเพิ่ม สอนศัพท์ที่ใช้ในการทำงานเค้าให้ ก็ดูพี่เค้าชอบนะ มันได้เอาไปใช้จริง

อีกคลาสที่ไปสอนที่โรงงาน นักเรียนคอมเมนท์มาว่า “ตอนแรกเกือบจะถอดใจแล้ว มันยาก แต่พอเรียนไปเรื่อย ทำการบ้านมา เข้าใจมากขึ้น พอทำตามอย่างที่ครูสอนแล้วมันเข้าใจขึ้นจริงๆ ก็เลยอยากจะเรียนต่อ” จบคอร์สแล้วนักเรียนติดต่อมาหลังไมค์ อยากต่อคอร์สกับเราเอง เพราะของบริษัทคงทำต่อไม่ได้ คนเรียนไม่พอ

แต่เรายังไม่พร้อมด้านเวลาและสถานที่ เลยบอกไปตรงๆ ถ้านักเรียนรีบ เราแนะนำโรงเรียนสอนภาษาที่เราไปสอนอยู่ให้ได้

คือตอนนี้ที่อยากทำก็คือทำบ้านเป็นโรงเรียนเพื่อรองรับการสอนเป็นกลุ่มหรือแบบ face-to-face ด้วย และทำระบบที่เอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรองรับการสอนออนไลน์แบบตัวต่อตัวด้วย

เราได้ช่วยพี่ GM หาข้อมูล เรื่อง ความสุข 8 ประการในที่ทำงาน เราชอบคำว่า “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” มาก และอยากทำให้มันกลายเป็นจริง ก็เลยอยากทำงานสอนด้วย

แต่เราเรื่องมากนะ มีพ่อแม่น้องคนนึง หาครูสอนภาษาอังกฤษให้ลูกชายคนโต คือคนนี้เรียนพิเศษเยอะมาก มาเรียนกับเราคือน้องไมไหวแล้ว เย็นวันศุกร์ ไม่มีสมาธิแล้ว เรก็พยายามช่วย หาลูกอมมาล่อ ให้นอนพัก 5 นาทีเดี๋ยวพี่ปลุก แต่คือเห็นหน้าน้องรู้เลยว่ามันฝืน

พอจบคอร์ส แม่น้องอยากให้ต่อ แต่เราปฏิเสธไปบอกว่าไม่สะดวกในเรื่องเวลา ผ่านไปเกือบ 2 ปี แม่น้องก็หาครูมาอีก คราวนี้จะให้สอนน้องชาย โรงเรียนก็มาถามเรา แต่เราปฏิเสธไป

เราอยากให้เด็กได้มีเวลาเล่นบ้างอ่ะ ไม่ใช่เราแต่เรียน เราเป็นเด็กที่เล่นเยอะ เล่นชิบหาย โตมาก็เป็นผู้ใหญ่ไม่รู้จักโต เอาแต่เล่น แต่เราชอบชีวิตแบบนี้ของตัวเองนะ เห็นเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เล่นแล้วเราสงสารน่ะ

ขอบคุณแม่มาก ที่อิสระในการตัดสินใจกับเรา และรับฟังความคิดเห็นของเราเสมอ มันทำให้เราโตมาเป็นคนกล้าคิด กล้าทำ การทำงานเป็นล่ามทำให้เราได้โอกาสเยอะมาก เคยได้แปลงานแถลงข่าวฟุตบอล นั่งข้างๆโค้ชแต๊ก ข้างคุณสุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีมชาติไทยในเวลานั้น ได้มีโอกาสแปลและฟังแนวคิดของผู้บริหาร ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก คือถ้าไม่เป็นล่าม ก็คงไม่ได้ม๊โอกาสขนาดนี้

วันนี้ตอนไปแปล MD คนญี่ปุ่นก็ถามว่า “ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น”
เรานิ่งไป ไม่รุ้จะตอบอะไรดี
คนญี่ปุ่นอีกคนก็พูดว่า “เช่น เรียนเพราะชอบดารา นักร้อง”
เรา “มีเพื่อนหลายคนเรียนเพราะชอบดารา นักร้อง หรือการ์ตูน ซึ่งมันก็เป็นแรงบันดาลใจที่ดีในกาเรรียนภาษานะ แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันไม่ได้มีอะไรที่ชอบขนาดนั้น แค่คิดว่าเรียนภาษาไว้ จะช่วยสร้างโอกาสหลายๆอย่าง”
เค้าก็ย้อนถามว่า “แล้วได้อย่างที่หวังมั้ย”

ก็คิดว่าได้นะ อย่างตอนประชุม เรารู้ทั้งสามภาษา ก็จะได้ฟังมากกว่าใคร เอกสารจะมาเป็นภาษาอะไร เราก็อ่านออกได้ การก้าวข้ามกำแพงทางภาษา ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และมีโอกาสที่จะนำข้อมูลนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และการเป็นล่ามทำให้เราเข้าถึงตัวผู้บริหารหรือบุคคลที่ปกติเราจะไม่เจอเค้าได้ง่ายๆ

เราเลยชอบเป็นล่ามนะ สนุกดี เราชอบเรียนรู้จากสิ่งที่คนอื่นพูดและทำ
ตอนแรกเราคิดจะไปเรียนต่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ในเชิงเอกชน ธุรกิจ)
แต่พอได้อ่านบทความที่ EVP บริษัทเราเขียนผ่านการถูกร้องขอให้แปล อ่านจบนี้ล้มเลิกความคิดที่จะไปเรียนต่อเลย เพราะสิ่งที่เราอยากเรียน มันอยู่ในหัวผู้ชายคนนี้ที่เดินผ่านโต๊ะเราทุกวัน เป็นองค์ความรู้ที่เคลื่อนไหว ทันสมัย และเป็นปัจจุบัน สิ่งที่เราอยากจะรู้ อยู่ในหัวของผู้ชายคนนี้ เรามีโอกาสได้รู้ ผ่านการแปลให้เค้า ซึ่งเราไม่อาจจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือได้

ไปทำงาน+เรียนมาวันนี้ ได้รู้อะไรเยอะแยะเลย
และคิดว่าตัวเองควรจะศึกษากฎหมายกับจิตวิทยาเพิ่ม รวมถึงภาษาญี่ปุ่นง่อยๆก็ควรจะ level up ภาษาอังกฤษก็ควรจะพูดได้มั้ย เรียนมาหลายปี ได้แต่เทคนิคทำข้อสอบ หดหู่ใจจริงๆ

มีหลายอย่างที่ต้องทำจริงๆ

เมื่อวานไปปาร์ตี้เลี้ยงส่งน้องผู้ชายแผนก Inspection มา ขากลับติดรถพี่ TL กลับ เค้าชมเราว่า “เวลาผมฟังน้องแปลภาษาไทย เป็นภาษาที่ฟังแล้วมันเพราะอ่ะ ฟังแล้วมันลื่น มันสบายใจ มันดีมากๆ” พี่แกก็พูดเพราะเมาด้วยส่วนนึงแหละ แต่เราบ้ายอไง ยิ้มหน้าบานไปอีกกกกก จากหน้าที่บานอยู่แล้วยิ่งบานเป็นจานดาวเทียมเลย

มีเรื่องเล่านิดหน่อยที่ได้ฟังตอนทำงาน

เมื่อวานตอนระหว่างรอเข้าประชุม

MD คนญี่ปุ่นก็เล่าให้ฟัง ว่าอยู่ไทยมายี่สิบปี ก็ยังมีปัญหากับภาษาไทยอยู่ดี

MD “พ่ม ปาย ร้าน อาหาร ที่ปราจีนบุรี อยากกินเน๋มน่ะ ไทยซอสเซจน่ะคับ
พ่ม ก่อ สั่งว่า เอา เน๋ม คับ แต่ คุยกับพนักงานไม่รู้เรื่อง(ตรงนี้พูดญี่ปุ่น)

พนักงาน ก็ตอบว่า คุณอยากรู้ Name?? อยากรู้ชื่อผมเหรอ”

เรา “555+ จริงๆแล้วจะสั่งแหนมใช่มั้ยคะ”

MD “ช่ายยย แต่ว่า เขาไม่เข้าใจ ผม ผมพยายาม นานมากหนา ก็ไม่ได้กินเน๋มมม T^T”

โถ~ พ่อคุณ เลยไม่ได้กินแหนม แต่ได้รู้ชื่อพนักงานแทน 5555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s