Take A Risk! ในความเสี่ยงมีโอกาส

วันนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังอบรมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพตัวใหม่ IATF16949:2016

เราต้องเข้าไปนั่งฟังเพื่อทำการบ้านสำหรับการแปลคอร์สฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารคนญี่ปุ่น

เอาจริงๆเครียดมาก เครียดมาหลายเดือนแล้ว กลัวทำไม่ได้ กลัวโดนด่า

แต่อีกใจก็แบบ เฮ้ย มันงานเราอ่ะ ถ้าเราไม่ทำแล้วจะเอาไปให้ใครทำ

อีกใจก็อยากท้าทายด้วย ถ้าแปลได้แล้วผลมันออกมาสำเร็จดีก็ถือว่า challenge ตัวเองสำเร็จไปอีกขั้น

วันนี้ระหว่างอบรมมีเวิร์คช็อป เราก็ใช้จังหวะนั้นถามวิทยากรว่า จากเท่าที่เค้าเคยไปอบรมให้กับบริษัทอื่นๆ ใช้ล่ามภายในหรือจ้างล่ามภายนอกมา ผลเป็นยังไงบ้าง มีอะไรแนะนำมั้ย เพราะเราต้องแปลคอร์สสำหรับผู้บริหารเดือนหน้า

อาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวจะส่ง Material ให้ แล้วก็เล่าให้ฟังว่าตอนล่ามที่บริษัทในเครือเดียวกันเค้าก็ใช้ล่ามภายใน เค้าก็แปลได้ดี เตรียมตัวมาดี ไปเข้าอบรมกับผมตอนจัดคอร์สข้างนอกด้วย

เราก็เลยมาคิดดู ถ้าคนอื่นทำได้ แล้วเราก็ต้องทำได้สิ เอาวะ ลองดู

ในเนื้อหาของการฝึกอบรมวันนี้พูดถึงหัวข้อ Risk Based Thinking เราก็เลยหันมามองดูงานล่าม

การแปล Job ที่ยากๆก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ถ้าทำได้ไม่ดี ก็มีโอกาศโดนด่าสูง

อาจจะโดนคอมเม้นว่า ล่ามแปลไม่รู้เรื่องเลย แปลห่วยมาก ผมไม่เข้าใจเลย ช่วยพูดภาษาที่ผมฟังเข้าใจหน่อยเถอะหรือที่เลวร้ายคือ ล่ามตามไม่ทันแล้วถูกทิ้งไว้กลางทาง เค้าใช้ภาษาอังกฤษคุยกันแล้วเราได้แต่นั่งง่อย

(สถานการณ์แบบนี้ก็เคยเจอมาแล้วทั้งนั้น หนีไปร้องไห้ในห้องน้ำก็มี 5555555+ ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่นะ)

แต่ “ในความเสี่ยงนั้น มันก็มีโอกาสซ่อนอยู่”

โอกาสที่เราจะมีโอกาสได้เตรียมตัว ได้พัฒนาทักษะตัวเองขึ้นไปอีก

และการอธิบายที่ดี คือการอธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ง่ายๆ

พอคิดได้แบบนี้ก็รู้สึกว่าความกลัวมันหายไปแล้ว รู้สึกอยากลองมากกว่า

ตอนเริ่มอบรม วิทยากรบอกว่า “สงสัยอะไรขอให้ถามได้ทันที เหมือนเด็กอ่ะครับ ไม่รู้อะไรก็ถาม แต่โตมาเราไม่รู้ แล้วเราก็ไม่ถาม เราก็เลยโง่ลงๆ”  อาจารย์บอกว่า เค้าได้มีโอกาสไปยังประเทศต่างๆ หลายๆประเทศ ทุกประเทศที่เค้าพัฒนาไปไกลกว่าเราเค้าแย่งกันถามใหญ่เลย เค้าไม่ยอมปล่อยให้ความไม่รู้นั้นผ่านไปเฉยๆ ทุกประเทศแย่งกันถาม

เห็นด้วยอย่างแรงมากๆ ตอนเด็กๆเราจะพบว่ามีเด็กไทยเก่งๆมากมาย แต่ทำไมโตมาทุกคนกลายเป็นผู้ใหญ่ปกติธรรมดากันซะเยอะ ทำไมเด็กเก่งๆโตมาถึงโง่ลง

เพราะวัฒนธรรมไทยมันหล่อหลอมให้ไม่ถามไง คนที่ถาม หรือคนกล้าตอบคำถามของครู จะกลายเป็นพวกประจบ โชว์พาว อยากมีซีน จะโดนเพื่อนล้อ (นึกภาพเฮอร์ไมโอนี่ที่ชูมือจนสุดแขนในวิชาปรุงยาของศาสตราจารย์สเนปนะ เออ เจ๋อเบอร์นั้นเลย)

นั่นน่ะสิ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นนะ งงมาก

ก้าวแรกของการเรียนรู้คือ “เราต้องรู้ก่อนว่าเราไม่รู้อะไร”

ไม่ใช่เอาแต่พูดว่า “เราไม่รู้อะไรเลยๆๆๆๆ” แล้วก็นั่งโง่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย แล้วเมื่อไหร่จะรู้

เราก็เป็นคนโง่คนหนึ่ง โดนด่าบ่อยมาก ทั้งเรื่องของการทำงาน นิสัย และอื่นๆ

แต่พอมามองย้อนกลับไป เราขอบคุณทุกคนที่ด่าเรา มันช่วยให้เราดีขึ้นจริงๆ

มันคือการปรับปรุงในระบบบริหารคุณภาพอ่ะ พบข้อบกพร่อง ก็ปรับปรุงแก้ไขมันซะ เรื่องทั่วๆไป ไม่ได้เข้าใจยากเลย

เอาจริงๆทุกวันนี้ไม่ได้ทำได้ดีเลย พลาดก็บ่อย เมื่อวานก็เพิ่งโดนด่าไป แล้วยังมึนไปเถียงกลับอีกนะ กลับมาบ้านเลยมานั่งทบทวนตัวเอง Hansei ในสิ่งที่ผิดพลาดไป

แต่พลาดไปแล้วก็ต้องยอมรับ แล้วลุกขึ้นยืนใหม่

 

วันนี้ในเนื้อหาที่เรียน พูดถึงการตั้งเป้าหมาย เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เราตั้งเป้าหมายไว้ แล้วก็ทำได้ตามเป้าหมายแล้ว ตอนนี้เราเลยอยู่ในช่วงมองหาเป้าหมายใหม่ๆ

วันนี้ได้ KEYWORD มาว่า “เป้าหมายควรจะท้าทายและมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น” คือมันต้อง challenge ต้องมีความยาก แต่ไม่ยากเกินที่จะทำ

2 ปีที่แล้วเราเริ่มตั้งเป้าหมายชีวิต เพราะเรามาแปลพวกระบบคุณภาพแล้วเห็นเค้าตั้ง Process KPI นี่แหละ ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆ

จากที่เข้าอบรมวันนี้ เรารู้ว่าก่อนการตั้งเป้าหมาย มันมี step อยู่คือ

  1. เข้าใจบริบท , ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  2. กำหนดนโยบาย หรือ กรอบกว้างๆ
  3. กำหนดเป้าหมาย

พอบรรลุเป้าหมายของ 2 ปีที่แล้ว เรารู้สึกชีวิตว่างเปล่ามาก รู้สึกว่าต้องตั้งเป้าหมาย แต่มันสะเปะสะปะมาก

  • สอบ IELTS ให้ได้คะแนนดีๆ อยากไปเรียนต่อออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ (เพราะชอบลอร์ดออฟเดอะริงส์)
  • อยากเป็นผู้ฟังที่ดี
  • เรียนกฎหมาย (เป้าหมายเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ยังไม่ได้ทำ และตอนนี้ก็ไม่ค่อยอยากทำแล้ว)
  • เป็นล่ามที่เก่งๆเรื่องคุณภาพ (ก็ตามเนื้อหางานที่ทำตอนนี้ + มีแรงผลักดันจากคนที่ปเ็นเหมือนอาจารย์ในการทำงานของเรา)
  • ผ่อนบ้านให้หมด

ดูมันไม่ค่อยเป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่าไหร่ ดูตั้งไปเรื่อยเปื่อยมาก

พอได้เข้าอบรมวันนี้รู้เลยว่าเดี๋ยวต้องหยุดหาเวลาให้ตัวเองเพื่อมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองอยากทำต่อจากนี้ ว่าจริงๆแล้วเราอยากจะทำอะไรกันแน่

เคยเขียนวิธีให้กำลังใจตัวเองเอาไว้ใน

วิธีการให้กำลังใจตัวเองง่ายๆ สไตล์ล่ามภาษาญี่ปุ่น

ช่วงนี้ก็รู้สึกว่า จิตใจบอบบาง อ่อนแอเหลือเกิน การให้กำลังใจตัวเองเลยเป็นสิ่งจำเป็นมาก

[บันทึกเรื่องดีๆในวันนี้]

  • เข้าอบรมความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด IATF16949:2016 อาจารย์ถามว่า “ประสิทธิผลและประสิทธิภาพต่างกันอย่างไร” มีคนตอบประสิทธิผลไปแล้ว แต่ประสิทธิภาพยังไม่ได้คำตอบชัดๆเคลียร์ๆ เราก็เลยยกมือขอตอบ และตอบว่า “ประสิทธิผล ก็คือผลลัพธ์ ผลที่ได้ เช่น ผลิตงานออกมาได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานดีจำนวนกี่ตัว ส่วนประสิทธิภาพ คือการมองว่า ใช้ทรัพยากรไปเท่าไหร่ ในการทำงานนั้นๆ” พอตอบไปแบบนี้ อาจารย์ก็บอกว่า “ว้าว ถูกต้องครับ มันคือการใช้ทรัพยากรที่น้อยๆ ยิ่งใช้ทรัพยากรน้อย ยิ่งทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก” ก็เลยได้ดินสอกดมาเป็นรางวัล

ที่ตอบคำถามนี้ได้ไม่ใช่เพราะเก่งนะ แต่เราเคยงงเวลาแปลคำศัพท์ 2 คำนนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เลยไปถามพี่แผนก ISO มา จำได้ว่าถามหลายคนและถามหลายรอบมากกว่าจะตกผลึกออกมาเป็นคำตอบแบบที่เราเข้าใจ

แถมคำศัพท์ เคยแชร์ไปแล้วล่ะ แต่ทวนอีกที

有効性 ゆうこうせい ประสิทธิผล effectiveness

効率 こうりつ ประสิทธิภาพ efficiency

เพราะอย่างนี้ไง พี่เลยไม่ค่อยทำโอที เพราะพี่พยายามทำงานให้มีประสิทธิภาพ (555+ ใช่เหรอ แกวิ่งหนีโอทีมากกว่า) ส่วนประสิทธิผลเหรอ เฮ้อ… พูดแล้วพี่เพลีย

  • นั่งอบรมข้างๆพี่ล่ามรุ่นพี่ที่เคยทำแผนกที่เราอยู่ตอนนี้ เค้าเห็นเราจดโดยจดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษกำกับ เค้าก็ชมว่า “สมกับที่ได้คะแนนโทอิคเยอะ” ก็ดีใจนะที่พี่เค้าชม แต่เอาจริงๆ ภาษาอังกฤาเราไม่ได้ดีเหมือนคะแนนอ่ะดิ คะแนนัมนดูเว่อร์เพราะเราฟลุคด้วยส่วนหนึ่ง กับเทคนิคการทำข้อสอบที่เราฝึกตอนสมัยม.ต้นมันยังใช้ได้ดีกับข้อสอบโทอิค(การทำข้อสอบให้เร็ว) แต่ความรู้เราไม่ได้มีเลย เราพูดภาษาอังกฤษได้แย่ เขินๆไม่กล้าพูดด้วย คิดว่านี่ก็เป็นอีกจุดอ่อนที่ควรปรับปรุง

ต่อจากนี้มีการบ้านที่ต้องเอาเนื้อหาที่เรียนมาหาศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแปลจริง

เราพยายามเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นเดือนๆ แต่มันก็มีอุปสรรคอยู่หลายๆอย่าง

เนื้อหาที่เรียนในวันนี้เค้าสอนว่าให้มองอุปสรรคเป็นความเสี่ยงที่ต้องจัดการ ถ้าสามารถจัดการอุปสรรคได้ดี ก็เพิ่มโอกาสที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น

มีคนอยากเห็นเราเป็นล่ามที่เก่งด้านคุณภาพ อยากบอกว่าตอนนี้เราพยายามอยู่นะ พยายามมากๆเลย ไม่รู้ว่าเค้าจะเห็นรึเปล่า แต่เราอยากให้เค้าเห็นนะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s