บริษัทใหญ่ หรือ บริษัทเล็กดี?

ตั้งแต่เราเขียนบล็อกเราก็ชอบโน้ตไอเดียที่คิดออกหรือบันทึกเรื่องราวที่เจอลงในเฟซบุค เพราะบางทีหยิบกระดาษมาจดมันไม่ทันใจ มือถือนี่แหละ ใกล้ตัวดี

พอโพสสเตตัสเรื่องเกี่ยวกับงานบ่อยๆก็จะมีรุ่นน้องมาติดตามอ่าน หลังๆเริ่มมีรุ่นน้องที่มหาลัยทักมาเวลาคิดจะเปลี่ยนงาน หรือบางทีก็รุ่นน้องที่โรงเรียนทักมาให้ช่วยคุยกับน้องชายเขาหน่อย เพิ่งจบใหม่ไม่รู้จะเลือกบริษัทไหนดี

อีกหน่อยเราว่าเราไปเปิดสำนักหมอดูดีกว่า 555+

เอาจริงทำงานบริษัทไหนดีหรือไม่ดี อันนี้ไม่มีใครรู้หรอก จนกว่าจะได้เข้าไปทำ จนกว่าจะได้ลองด้วยตัวเอง ต่างกรรมต่างวาระ ที่หนึ่งบางคนอาจจะบอกว่าไม่ดี ต่พอเป็นตัวเราเข้าไปทำเราอาจจะคิดว่ามันดีมากๆก็ได้ เชื่อเซ้นส์ตัวเองดีที่สุดค่ะ ส่วนใหญ่เราจะแนะนำกว้างๆว่าสัมภาษณ์แล้วรู้สึกสบายใจกับใครมากกว่าก็เอาที่นั่น ตอนสัมภาษณ์ไม่ใช่แค่บริษัทประเมินเราอย่างเดียว แต่มันเป็นโอกาสให้เราได้เจอกับคนในบริษัท และตัวแคนดิเดตก็จะได้ประเมินด้วยว่าบริษัทนั้นๆเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่

เราคิดว่าการหางานก็เหมือนการจับคู่ คนที่ใช่อาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมากที่สุดก็ได้ แน่ะ! พูดเหมือนรู้ดี จริงๆขี้โม้ค่ะ

สำหรับคนที่ไม่รู้จะเลือกที่ไหนดีจริงๆ เรามีแนวทางการเลือกอย่างกว้างๆของตัวเองมาแชร์ให้ฟังค่ะ

ตอนสมัยเราเรียนมหาลัย อาจารย์จะพาเราไปทัศนศึกษาที่บริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศในการทำงาน อาจารย์พาไปสองที่ค่ะ เป็นบริษัทใหญ่ กับ บริษัทเล็กๆ

ตอนเราไปบริษัทเล็ก บรรยากาศอบอุ่นมา ผู้บริหารมาพบนักศึกษาด้วยตัวเอง มีน้ำผลไม้ให้ และมีของที่ระลึกเป็นการพิมพ์โลโก้ของบริษัทด้วย เรารู้สึกประทับใจมาก

ส่วนที่ที่สองเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีรุ่นพี่ที่มหาลัยเราทำงานที่นั่นกันหลายคน เป็นบริษัทที่ค่อนข้างใกล้ชิดสนิทสนมกับมหาลัยเรา แต่เราไม่ค่อยชอบบรรยากาศเท่าไหร่ ยิ่งได้ฟังว่าโรงอาหารอยู่ไกล ต้องเดินไกลไปกินข้าวก็รู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ (สรุป ชอบที่แรกเพราะน้ำผลไม้ ไม่ชอบที่ที่สองเพราะโรงอาหารอยู่ไกล นี่ตกลงจะสนใจแต่เรื่องของกินรึไง)

พอเราเรียนจบหางาน เราเลยเลือกบริษัทเล็กๆก่อนค่ะ

จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมา เราว่าข้อดีของบริษัทที่มีขนาดเล็กก็คือ

  • รู้จักกันหมดทุกคน ถ้าเจอที่ที่สังคมดีๆก็อยู่กันแบบพี่น้อง อบอุ่นดีค่ะ
  • จะร้องขออะไรก็ไม่ค่อยค่อยยาก route ในการทำงานสั้น ทำอะไรก็รวดเร็วฉับไว้ ถ้าต้องขออนุมัติจากผู้บริหาร แค่เดินไปโต๊ะนายแล้วอธิบายก็ได้ลายเซ็นมาแล้ว สะดวกในการทำงานและการตัดสินใจต่างๆ
  • ไม่ต้องเดินไกล ไม่ว่าจะเดินไปแผนกไหนหรือเดินในไลน์หรือแม้แต่โรงอาหาร ทุกอย่างใช้เวลาไม่นาน
  • เวลาประชุมไม่ค่อยเครียด เนื่องจากรู้จักกันอยู่แล้ว สมาชิกในการประชุมไม่มาก ไม่ค่อยกดดันมากเท่าที่ประชุมที่มีคนเข้าเยอะๆ และการประชุมส่วนใหญ่เป็นแบบ face to face คุณจะไม่ค่อยเจอ telephone meeting หรือ TV conference ดังนั้นแปลว่า หากมีเรื่องไม่เข้าใจ คุณสามารถสอบถามคนในที่ประชุมได้ทันที
  • มีโอกาสเติบโตในลักษณะงานอื่นนอกเหนือจากล่าม เนื่องจากคนน้อย หากเราเต็มใจจะทำเราอาจจะได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลงานอื่นๆ เช่น ขอ BOI ช่วยเป็นธุระให้คนญี่ปุ่นในเรื่องวีซ่า (สกิลล่ามเลขา) หรืออาจจะได้รับโอกาสในการผลักดันให้ทำงานฟังก์ชั่นอื่นที่ไม่ใช่ล่ามด้วย เช่น เซลส์ จัดซื้อ HR&GA

เราเป็นพวกไม่ชอบอยู่ว่างๆ ถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆก็จะไปช่วยพี่ GA ตัดกระดาษไปผ่าน ตัดบ่อยๆจนกลายเป็นเทพแห่งการตัดกระดาษของบริษัทไปเลย การทำงานด้านอื่นๆมันก็มีข้อดีนะ เผื่อเจอสายงานที่ชอบและหัวหน้าผลักดันดีเราอาจจะได้ตำแหน่งและมีโอกาสเติบโตไปเป็นถึงระดับบริหารในสายงานนั้นเลยก็ได้ องคฺ์ประกอบสำคัญคือ Mentor ที่จะช่วยผลักดันเรานี่แหละค่ะ

  • ถ้าเจอรุ่นพี่ที่ทำงานที่ดี เขาจะมีเวลาสอนเรา แล้วถ้าเจอคนที่ coaching เป็นจะถือว่ษโชคดีมาก คือเราจะได้กำไรในชีวิตหลายๆอย่างนอกเหนือจากการทำงาน ทุกวันนี้เรายังนึกขอบคุณรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าอยู่เลย คนที่บอกเราว่า “ผู้พูดพูดแค่ 80% แต่ต้องการสื่อสารให้ได้ 100% ล่ามต้องรู้ให้ได้อย่างน้อย 120% เพื่อเติมเต็มช่องว่างตรงนั้นให้ได้” ตอนเราฟังครั้งแรกเราก็แบบ โว้วว ใครจะไปทำได้ แต่วันนี้เรารู้แล้วว่าพี่เขาพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “การเชื่อมโยง” ซึ่งต่างจาก “การมโน” อยู่แค่เส้นกั้นบางๆ 555+ เอาเป็นว่าถ้าหากจำเป็นต้องเดา ขอให้เดาอย่างมีหลักการ เดาพลาดก็ขอโทษแล้วก็ยิ้มเยอะๆเข้าไว้ (นี่เทคนิคการเอาตัวรอดเวลาตายกลางอากาศของเราเลยนะ)

ข้อด้อย

  • อาหารมีให้เลือกน้อย พอเบื่อก็จะกลายเป็นไม่อรอ่ย เนื่องจากคนน้อย มักมีร้านอาหารแค่ร้านเดียว หรือไม่มีเลย ต้องหากินเอง (เอ่อ นี่แนะนำเรื่องการทำงานหรือการหาอาหารใส่ท้องเนี่ย) และอีกเรื่องคือรถรับส่งจะไม่ครอบคลุม หลักๆก็คงเป็นเรื่องสวัสดิการที่ด้อยกว่าบริษัทใหญ่ๆ
  • ถ้าเจอนายใจดีก็จะไม่กดดัน ยิ่งถ้ามีล่ามคนเดียวก็จะไม่ได้พบเจอเพื่อนในแวดวงเดียวกัน ทำให้มีแรงกดดัน เอ้ย แรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองน้อยกว่าคนที่ได้ฝึกตลอดเวลา รวมถึงสนามใหญ่ๆให้พิสูจน์ฝีมือเช่นการออดิทหรือการประชุมใหญ่ๆจะน้อย ทำๆไปจะรู้สึกเบื่อ รู้สึกว่าไม่ท้าทาย และส่งท้ายด้วยการลาออกไปหางานใหม่ถึงแม้จะแฮปปี้กับการเจอนายที่ใจดีมากๆก็ตาม
  • มักจะถูกขอให้ช่วยทำอย่างอื่นบ่อยๆ ซึ่งถ้าคนไม่ชอบก็จะไม่แฮปปี้ หรือต่อให้เป็นคนที่ยินดีที่จะทำ แต่ถ้างานนั้นมันไม่ได้พัฒนาสกิลในด้านที่เราคิดจะมุ่งหน้าไป มันก็เสียเวลาอยู่นะ
  • เนื่องจากงานล่ามมันไม่ได้ยุ่งตลอดเวลาเพราะเราเป็นคนที่มีหน้าที่ support คนอื่น ทำให้ช่วงเวลาที่ไม่มีงานทำมันน่าเบื่อมาก

สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ข้อดีก็คือ

  • สวัสดิการที่ดีกว่า ทั้งค่ารักษาพยาบาล ร้านอาหาร รถรับส่ง รวมถึงอีเว้นต์งานรื่นเริงประจำปี อันนี้ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว
  • เราจะได้ใช้งานฟังก์ชั่นล่ามและแปลภาษาของตัวเองอย่างเต็มที่เหมาะสำหรับคนที่อยากพัฒนาสกิลด้านภาษา มีอีเว้นต์ใหญ่ๆให้พิสูจน์ตัวเอง มีเพื่อนร่วมงานที่เป็นล่ามทำให้เรา benchmark ตัวเองได้นำไปสุ่การปรับปรุงความสามารถของตัวเอง
  • ทำงานล่ามและแปลภาษาเท่านั้น ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องอื่น ซึ่งบางทีทำงานกับคนมันมีเรื่องไม่เป็นเรื่องเยอะ แต่การทำฟังก์ชั่นล่าม จ็อบมันจบไปเป็นวันๆ กลับบ้านมาก็อาบน้ำนอน พักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรต่อ ไม่ต้องคิดว่าจะทำยังไงกับ KPI ตอนนี้เกิดปัญหานี้ขึ้นเราจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
  • ถ้าเจอบริษัทที่มีการ balance งานดีๆ เราจะมีช่วงว่างน้อย ไม่น่าเบื่อ ถ้าว่างก็ไปซัพพอร์ตงานแปลเอกสารให้ล่ามคนอื่นได้ แต่ส่วนใหญ่น่าจะไม่ค่อยว่างกัน (รึเปล่านะ?)
  • ได้เรียนรู้ระบบการทำงานอย่างมีแบบแผน แนวคิดของบริษทัที่สอนกันมาและยึดถือเป็นค่านิยมขององค์กร

ข้อเสีย

  • อันนี้ไม่รู้คนอื่นเป็นกันรึเปล่า แต่เราเกลียด telephone meeting และ TV conference คือมันไม่ได้ยิน ถามไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่องและจะแปลอะไรออกมา? จะทำไงดี ถ้าเดาผิดล่ะจะทำยัง ล่ามคิดไปสารพัด มันกดดัน (ตอนนี้กำลังพยายามทำใจให้ชอบอยู่ งานตอนนี้เจอบ่อยมาก) บางทีก็ได้แต่นั่งอ้าปากพะงาบๆเหมือนปลาทองก็ต่อยเสยปลายคาง
  • ที่ประชุมใหญ่ ผู้บริหารเข้า เราคือล่ามตัวน้อยๆ ทุกคนรู้แบคกราวน์ มีเราไม่รู้ แต่เราต้องแปลออกมาให้ได้ โอ๊ยเครียด วันไหนมีอีเว้นต์ใหญ่ๆคืนนั้นจะนอนไม่ค่อยหลับ ประสาทแดร๊ก กังวลไปสารพัด
  • จะทำเรื่องอะไรแต่ละทีช้ามากกว่าจะได้รับการอนุมัติ มี route อันยาวไกลและมีหลายขั้นตอน อย่างเช่นการขอใช้ user คอมพิวเตอร์ รอไปเถอะ หนึ่งอาทิตย์ สองอาทิตย์
  • ระบบรักษาความลับและรักษาความปลอดภัยอันเยี่ยมยอด ทำให้ทำงานไม่สะดวก ล่ามที่เข้ากูเกิ้ลไม่ได้ มีแต่เว็บดิกมาให้แต่เสิร์ชหาข้อมูลไม่ได้ เวลาเจอคำที่ไม่มีในดิก หรือคำที่ต้องอธิบายเพิ่มนี่ทำงานลำบากจริงๆ สำหรับการแปลเอกสาร ถ้าไม่มีพี่กูเกิ้ลนี่เหมือนถูกตัดแขนตัดขาแล้วเอาไปปล่อยกลางเกาะร้างเลยทีเดียว ต่อให้ใช้เนตมือถือได้ก็จริงแต่อย่างว่าตามนิคมมันห่างไกลความเจริญ บางที่ไม่มีสัญญาณอีก อยากจะบ้าตาย

จริงๆมันก็มีเยอะกว่านี้แหละ แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนว่าจะโชคดีไปเจออะไรมา ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์ ทดลองทำอะไรที่ไม่เคยทำหลายๆอย่าง เราก็ยังต้องฝึกอีกเยอะ

เราดีใจมากเวลามีคนมาคอมเม้นท์ว่าสิ่งที่เราเขียนมันมีประโยชน์ หรือเวลามีรุ่นน้องมาปรึกษา แต่ก็สงสารน้องนะที่พลาดมาปรึกษาเรา คือบางทีเราก็พูดมาก ขี้โม้ เวิ่นเว้อ ไม่งั้นคงไม่เขียนอะไรเวิ่นเว้อได้ยาวขนาดนี้หรอก

อากาศตอนนี้ก็หนาวถึงหนาวมาก ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ทิฟฟี่ แผงสีเขียว (หลงเข้ามาอ่านบล้อกเราอาจจะต้องทนกับมุกห้าบาทสิบบาทก็ยังจะเล่นนิดนึงนะคะ)

อย่าลืมรักษาสุขภาพนะคะสำหรับคนที่เป็นล่ามและมนุษเงินเดือนทุกคน เพราะ attendance ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ performance ในการทำงาน บางคนบอกว่าเรื่องป่วยเป้นเรื่องช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเราดูแลสุขภาพดีๆก็ถือว่าเป็นการ preventive maintenance ที่ดีนะคะ

เราทำงานจนป่วยทำงานต่อไม่ได้ อย่างมากบริษัทก็หาคนมาทำแทนเรา แต่คนที่บ้านของเรา (ของจขบ.เป็นแมวที่บ้าน) ถ้าเราเป็นอะไรไปขึ้นมา มีเงินเท่าไหร่ก็ทดแทนความเสียใจของคนในครอบครัวไม่ได้หรอกค่ะ

วันนี้รู้สึกพิมพ์อะไรมีสาระและดูดีเกินสภาพความเป็นจริงของตัวเอง มันแปลกๆแฮะ ไปนอนดีกว่า

จบมันง่ายๆแบบนี้แหละค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s