ความฝัน กับ เป้าหมาย

คิดว่าสองคำนี้แตกต่างกันมั้ย?
เมื่อก่อนเราไม่เคยสนใจหรอก
เรามีความเจ็บปวด มีความดาร์คในตัว เลยคิดแค่ว่า เรียนจบมา จะไปทำงานในโรงงาน ทำงานหนักๆ ให้มันลืมๆความเจ็บปวดไป คิดแค่นั้น (เอ๊ะ ชีวิตอีนี่มันมีอะไรที่เจ็บปวดขนาดนั้นเหรอ จริงๆไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มีคนบอกว่าเราเป็นดราม่าควีน เออ เราเป็นคนดาร์ค โลกมืดมน เกิดมาก็เป็นแบบนี้เลย จริงๆเกลียดคำว่าดราม่าควีนมากนะ)

เราไม่มีความฝันอะไรเลย ก็คิดง่ายๆแค่ว่า เรียนจบทำงานมีบ้านที่มีครัว มีแมว แค่นั้นพอแล้ว

พอคิดแล้วก็เริ่มลงมือทำ แล้วเราก็ได้มันมาเร็วมาก (มาพร้อมกับหนี้ แน่นอนสิ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆหรอก)

พอมีภาระเกิดขึ้น ก็เริ่มมีแรงผลัก ประกอบกับความกดดันเวลาทำงาน ทำให้เราอยากเก่งขึ้น

เราเคยเรียนวิชาเกี่ยวกับปรัชญามานิดหน่อยที่มหาลัย เท่าที่จำได้คือ
1.รู้ว่ารู้อะไร
2.รู้ว่าไม่รู้อะไร
3.ไม่รู้ว่ารู้อะไร
4.ไม่รู้ว่าไม่รู้อะไร
โซเครตีสมีคำพูดเด็ดๆกล่าวเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ารู้อยู่อย่างเดียวคือข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย” ซึ่งมันได้กลายเป็นประโยคยอดฮิตตอนสอบวิชานั้นไปเลย

พอเราทำงานไปเรื่อยๆ เราก็คิดได้ว่า “สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่รู้ ข้าพเจ้าอยากจะรู้”
แล้ววันหนึ่งขณะที่ทำงานแปล ช่วงนั้นเพิ่งผ่านออดิท TS ไป ชีวิตก็จะวนเวียนอยู่กับเรื่อง Effectiveness&Efficiency KPI คืออะไร เป้าหมายคืออะไร จะต้องทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

ก็เลยลองตั้งเป้าหมายของตัวเองขึ้นมา โดยกำหนด KPI ไว้ 3 ตัว
1. TOEIC 700up
2. passed N1
3. เริ่มเรียนกฎหมาย
ซึ่งตอนนี้เป้าหมายแรกเราทำได้ไปแล้ว กำลัง challenge ที่ 900 เพราะมีพี่ไอดอลเราคนหนึ่ง ได้ 900 กว่าๆแล้วเวลาพูดภาษาอังกฤษนี่เทพมาก แต่เราเรียนโรงเรียนไทยธรรมดาๆ เวลาพูดก็กาก ถ้าสอบได้สัก 900 ก็คงดีใจมาก คงเลิกสอบละ

เป้าหมายที่สองยังไม่ผ่าน ชักท้อเหมือนกันเพราะมันเป็นอะไรที่เราคิดว่าตัวเองไม่ถนัด แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกอ้างว่า”เพราะฉันไม่เก่งฉันเลยทำไม่ได้” เปลี่ยน mindset ใหม่เป็น “ฉันจะพยายาม” ซึ่งก็พยายามอยู่แต่ความพยายามยังไม่พอเท่าไหร่ ตามสภาพน่ะนะ อ่านก็ผ่าน ไม่อ่านก็ไม่ผ่าน

เป้าหมายที่สาม อยากจะเริ่มก็เริ่มได้เลย แต่อยากผ่านเป้าหมายที่สองให้ได้ก่อน

ซึ่ง KPI 3 ตัวที่เราตั้งนี้ มันก็ไม่ใช่ความฝันของเรา มันก็การแค่ตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองลองทำดู

เราเพิ่งมาคิดเรื่องความฝันของตัวเองก็เมื่อเร็วๆนี้นี่เอง
ตั้งแต่เริ่มกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ไปห้องสมุด อ่านหนังสือให้มากขึ้นเหมือนตอนตัวเองเด็กๆ แล้วเราก็จำได้ด้วยว่าอาชีพแรกที่ตอบครูไปด้วยความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ตอบส่งๆว่าอยากเป็นหมอคือ “อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน” แต่พรสวรรค์ไม่อำนวย เลยเหลือแค่ อยากเป็นนักเขียน อยากเป็นมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนใจเลย แค่เก็บมันใส่กล่องไว้ เพราะเวลาบอกใคร จะได้คอมเม้นกลับมาว่า “ไส้แห้งนะ” เพิ่งมาเปลี่ยนไปเพราะพี่นัด พี่ไอดอลคนแรกของเราบอกว่า “อยากทำ ทำ อยากเขียน เขียน” ก็เลยเริ่มเขียนบล็อกขึ้นมา จากไม่มีคนดูเลย ตอนนี้ก็มีคนเข้าเรื่อยๆนะ ดีใจจังที่อะไรที่ตัวเองเขียนพอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง เพื่อนบอกว่า “เสิร์ชคำศัพท์ไปก็เจอบล็อกเมิงเนี่ย”

ตอนนี้ความฝันเราพรั่งพรูออกมามาก ยิ่งดู MV เพลง I ยิ่งออกมาเหมือนคนท้องเสีย (เมิงเขียนเนื้อหาที่เหมือนจะดูดีแล้ว ช่วยเปรียบเทียบอะไรที่มันดีๆได้มั้ย)

ภาพในหัวเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จากที่อยากไปเยอรมันเพราะชอบมิโรสลาฟ โคลเซ่มากๆ ก็กลายเป็นอยากมีบ้านฮอบบิทในที่ที่อากาศดีและมองเห็นดาว

เราเซฟรูปบ้านฮอบบิท อ่านเรื่องบ้านฮอบบิทที่สีคิ้วมาเป็นปี จนได้ไปจริงๆ รอบแรกไปกับเชอรี่ ไปลองดู รอบที่สองไปเองคนเดียว ไปสัมผัสให้ลึกขึ้น ยิ่งได้คุยกับพี่เอก (เจ้าของ) ได้ลองทำงานดู ยิ่งทำให้ไอเดียชัดขึ้น

พอมาดู MV “I” ที่ถ่ายที่นิวซีแลนด์ ความอิสระเหมือนได้ยืนกางแขนสูดลมหายใจลึกๆบนหน้าผาที่แทยอนสื่อออกมาผ่าน เพลง มันทำให้ภาพในหัวเรายิ่งชัดขึ้นๆ

ลองไปดูภาพในหัวเราได้ที่

จากเป้าหมายที่ซีเรียสจริงๆขัง แข็งกระด้างและไม่มีมิติ เริ่มล่องลอยและดูมีความสุขที่จะนึกถึงมากขึ้น

ถ้อยคำในหนังสือเรื่อง “เด็กชายชาวนา” จากซีรี่ย์บ้านเล็กในป่าใหญ่ของลอร่า อิงกัลส์ ไวล์เดอร์ ที่เราอ่านซ้ำๆก็ปรากฏชัดเจนขึ้นมา

เราหลังรักภาพแบบนั้น อยากมีชีวิตแบบหนังสือเล่มนั้น

ความรู้สึกนี้ก่อตัวลึกขึ้นในจิตใจ เหมือนอะไรที่เก็บซ่อนไว้เริ่มเก็บไม่อยู่

ตอนนี้เราเลยทำทุกอย่าง ที่อยากจะทำ อยากจะลองทำอะไร ก็ทำเลย

แต่พออยู่ที่ที่ทำงาน ทุกอย่างหยุดนิ่ง

เราเข้าใจ ว่าทุกอย่างต้องใช้เงิน เงื่อนไขเรื่องเงินคือเงื่อนไขข้อแรกที่เราต้องปลดล็อคให้ได้

เราไม่ได้อยากรวยมากๆ เพราะเราไม่เคยชอบใช้อะไรแพงๆ
แต่เราอยากได้บ้านเล็กๆที่อบอุ่นแบบบ้านฮอบบิทในที่ที่อากาศดีและมองเห็นดาว
ตอนนี้เราต้องเก็บเงินใช้หนี้+เก็บเงินไปตามความฝัน

//นี่เพ้อยาวขนาดนี้เลยเหรอ พอละ จบมันดื้อๆอย่างงี้นี่แหละ บายยยยย

แถมๆ คุยเรื่องนี้กับเพื่อน เพื่อนชวนไปเที่ยวนิวซีแลนด์ด้วยกัน พร้อมแปะคลิปแนะนำเรื่องความปลอดภัยที่ยั่วยุให้ไปนิวซีแลนด์ที่สุด แล้วก็ยุขึ้นด้วยนะ

Advertisements

4 thoughts on “ความฝัน กับ เป้าหมาย

  1. พี่คงต้องลองตั้ง KPI บางละ
    คิดว่าKPIข้อ 1 กับ ข้อ 2 เราคงเหมือนกัน ^^

  2. เกิดแรงบันดาลใจจากเพลง I เหมือนกันค่ะ ตามไปนิวซีแลนด์ กลับมาเป้าหมายชีวิตมันชัดเจนขึ้นจริงๆนะคะ

    • ไปมาแล้วเหรอคะ ดีจังเลย ^^ เรายังไม่ได้ไปเลย ก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บเงินอยู่เลยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s