[ล่ามภาษาญี่ปุ่น] My Mentor กับงานเบื้องหลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

“มีใครอยากเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นบ้าง?”

หากครุถามคำถามนี้ในชั่วโมงเรียนสมัยที่เราเป็นเด็ก คงไม่มีเด็กคนไหนยกมือแน่ๆ เพราะไม่รู้ว่าอาชีพล่ามที่ว่ามันคืออะไร เหมือนล่ามโซ่หมามั้ยคะครู

ส่วนใหญ่เด็กๆก็จะตอบว่าอยากเป็นหมอ พยาบาล ครู ทหาร ตำรวจ ดารา นักร้อง นางแบบ นักธุรกิจ ไอ้มดแดง อุลตร้าแมน อะไรก็ว่าไป

แต่ถ้าถามเด็กที่โตสักหน่อยแล้วเรียนภาษาญี่ปุ่นมา หรือไปถามคนที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น คิดว่าต้องมีคนบอกว่า “จะเป็นล่าม”

ล่าม คือคนที่แปลจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง อย่างที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินบ่อยๆว่า “เป็นล่ามสบายจะตาย ไม่ต้องทำอะไรแค่พูดๆแปลๆก็ได้เงินแล้ว เงินเดือนก็เยอะ”

แต่มันแค่นั้นจริงๆเหรอ?

เราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตอนงานกล่าวคำอำลา (Farewell Greeting) ของคนญี่ปุ่นที่จะกลับประเทศ ซึ่งรอบนี้มีคนกลับหลายคน

มีคนญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าวคำขอบคุณไปยังล่ามที่ช่วยสนับสนุนงานของเขา เขาบอกว่าในการทำงานระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น บางทีก็มีหลายๆเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งงาน บางครั้งเขาก็พูดอะไรที่ค่อนข้างจะเข้มงวดกับล่าม แต่ก็ขอขอบคุณล่ามจริงๆที่ช่วยให้งานของเขาดำเนินไปได้ด้วยดี

พอฟังคนญี่ปุ่นคนนี้พูดจบ เราหันไปยกนิ้วโป้งให้กับพี่ล่ามประจำตัวคนญี่ปุ่นคนนั้นเลย

ปกติแล้วล่ามเป็นงานปิดทองหลังพระ ด้วยลักษณะของงานที่เป็นงานสนับสนุนทำให้ไม่มี output เป็นของตัวเอง ดูไม่มีผลงานอะไร มองผ่านๆก็เป็นแค่งานพูดๆแปลๆไปวันๆ

แต่จริงๆแล้วอาชีพนี้มีความยากหลายๆอย่างที่คนไม่เคยเป็นล่ามไม่มีทางเข้าใจ มีแต่ล่ามด้วยกันเท่านั้นที่เข้าใจ

เช่น คนไทยบางคนพูดไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ตรงคำถาม พูดวกไปวนมา จะแปลอย่างไรให้ออกมาเป็นสารที่คนญี่ปุ่นสามารถเข้าใจได้

เราเคยบ่นๆปัญหานี้กับพี่ล่าม(คนที่เราหันไปยกนิ้วโป้งให้เค้านี่แหละ)ฟัง พี่เค้าบอกเราว่า “อ่านะ ก็ต้องพยายามต่อไปแหละ ล่ามอย่างเราเลือกยูสเซอร์ไม่ได้อ่ะนะ ก็ต้องลองหาวิธีจัดการดู”

อะไรที่มองไม่เห็นนี่แหละที่มันยาก นี่แหละคือเหตุผลที่งานคีย์ข้อมูลที่ไม่ต้องคิดอะไรมากค่าแรงจึงถูก ส่วนงานที่ต้องใช้สมองประมวลผลค่าแรงก็แพงตามไปด้วย

มีคนเคยสอนเราว่า ถ้าคนพูดพูดแค่ 80% แต่ต้องการสื่อสารให้ได้ 100%

ล่ามก็ต้องรู้มากกว่าผู้พูด ต้องรู้ 120% เพื่อสื่อสารออกไปให้ได้ 100%

ตอนเราฟังครั้งแรก เราโวยวาย(ในใจ)เลย “จะบ้าเหรอ ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ฟะ”

แต่พอเริ่มมีประสบการณ์ เริ่มโตขึ้น เราก็พบว่า มันค่อยๆเป็นความจริงขึ้นทีละน้อยๆ

ล่ามจึงเป็นอาชีพที่ต้องใช่ทั้งศาสตร์และศิลป์เป็นอย่างมาก

ศาสตร์คือความรู้ทางภาษาเพื่อให้สามารถแปลออกไปได้ถูกต้อง ครบถ้วน ได้ใจความที่ผู้พูดต้องการสื่อ

ส่วนศิลป์ อันนี้พูดยาก เอาเป็นว่าเราคิดว่าต้องใช้ทั้งสติปัญญาและความสามารถอย่างสุดกำลังเลย โดยเฉพาะเวลาเจอคนพูดไม่รู้เรื่อง หรือตั้งใจแกล้งโง่เพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง

ก็อย่างที่พี่ล่ามบอกเราแหละ ว่าต้องพยายามต่อไป เพื่อให้สักวันหนึ่ง ตัวเราเองได้รับคำขอบคุณแบบนั้นบ้าง

Mentor แปลว่า ผู้ให้คำปรึกษา, ที่ปรึกษา
เหมือนที่เฮย์มิทช์เป็นให้แคตนิสกับพีต้าในภาคแรกของฮังเกอร์เกมน่ะ!

Advertisements

2 thoughts on “[ล่ามภาษาญี่ปุ่น] My Mentor กับงานเบื้องหลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

  1. พี่ล่ามอัพบล๊อกแล้ว สู้ๆๆ ค่ะ หนูอยากเป็นล่าม 555 ตามอยู่ๆ ค่ะ

  2. ชอบเรื่องนี้มากเลย
    ล่ามนี่แหละ เข้าใจหัวอกล่ามด้วยกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s