[มนุษย์ล่าม] ใครเล่าจะซึ้งถึงหัวอกของล่ามเท่ากับล่ามด้วยกันเอง

สมัยที่เราทำงานปีแรก พี่ล่ามคนแรกที่เรารู้จักเคยบอกเราว่า “จะเข้าใจการเป็นล่ามจริงๆได้ต้องร้องไห้ก่อน”

ครั้งแรกที่เราได้ยิน เราบอกตัวเองอยู่ในใจ เราไม่เชื่อ ของอย่างงี้มันแล้วแต่คน

เราทะนงตัวเองทั้งๆที่ไม่ได้เก่งอะไรมาก ทำงานมาได้เข้าปีที่ 3 ไม่เคยร้องไห้เพราะเรื่องล่ามเลย ไม่เคยมีปัญหาแปลไม่ได้แบบไม่ได้จริงๆ คือไม่ใช่ว่าเก่ง แต่ถ้าแปลไม่ได้ เราก็พยายามถาม พยายามจะอธิบายด้วยคำอธิบายอื่น อีกอย่างนึงก็เป็นเพราะว่าเราไม่ได้เป็นล่ามอย่างเดียว เราทำงานอย่างอื่นด้วยมาตลอด

จนเราเปลี่ยนงานครั้งที่สาม และเป็นการทำงานปีที่สาม เป็นครั้งแรกที่เราชาเลนจ์ตัวเองด้วยการเป็นล่ามอย่างเดียวทั้งๆที่คิดไว้ในใจตลอดว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นล่ามสักเท่าไหร่ เพราะเราเชื่ออยู่ตลอดมาว่าภาษาไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดที่สุด (ตอนเด็กๆเราอยากเป็นนักเขียนนะ ไม่ได้อยากเป็นล่ามเลย)

แรกๆมันก็โอเคแหละ ถึงจะพบกับความยาก ถึงจะพบกับคนพูดไม่รุ้เรื่อง คนตอบไม่ตรงคำถาม คนใช้อารมณ์ คนพูดไม่เว้นให้แปลบ้างเลย พูดๆๆๆ เถียงๆๆๆกัน ตอนสุดท้ายหันมาบอกว่า “แปลสิ!”

หรือไปพบลูกค้า คุยกันเรื่องปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ ลูกค้าพูดมารัวๆเป็นพรืด เราก็พยายามจะแปลเพระาจับใจความไม่ทัน ถ้าปล่อยให้เค้าพูดไปเลยเราต่อไม่ติด ก็โดนลูกค้าด่าว่า “ฟังสิฟัง ยังไม่ต้องแปล คุณฟังผมนี่!” แล้วฉอดๆๆๆๆยาวเป็นพรืด เล่าตั้งแต่การก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ (ผมทำงานมาเป็นสิบๆปีใครๆก็รู้ว่าผมไม่เคยแกล้งซัพพลายเออร์ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ไปถามคนโน้นคนนี้ได้เลย)
เอิ่ม… ลุง เอ๊ย พี่คะ หนุเพิ่งเคยมาบริษัทพี่ครัง้นี้ครั้งแรก เจอพี่เป็นครั้งที่สอง หนูจะไปถามใครดีคะ
พอลุงสาธยายความดีงามของตัวเองยาวเป็นกิโลจบ ก็หันมาพูดใส่ล่ามว่า “แปลสิ!”

คือมันยากนะที่จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพทั้งๆที่ต้นฉบับที่สื่อมามันดูจะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่ ดูไม่เป็นการสื่อสารน่ะ แต่เราก็พยายามควบคุมอารมณ์ นิ่งๆทุกครั้ง บางทีมันก็มีแปลมันๆ เผลอๆอินไปบ้าง แต่พอรู้ตัวก็จะรีบปรับให้ปกติที่สุดไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไรก็ตาม

แต่ประชุมอาทิตย์นี้ทำเราเสียศุนย์เลยแหละ แต่ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกไปนอกจากเอามือกุมหัว (ปวดหัว) แล้วก็หิวข้าว ทำหน้าอยากออกไปกินข้าว (เลยเวลาเที่ยงมาไกลแล้ว) เลยโดนคนญี่ปุ่นว่าเอาว่า “ออกไปได้แล้ว เดี๋ยวจะคุยกันเป็นภาษาอังกฤษเอง ขอโทษนะ” (จริงๆเค้าก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วล่ะถ้าคุยกันปกติ ยกเว้นตอนมีตติ้งถึงจะใช้ล่าม เค้าจ้างเรามาแปลเอกสารมากกว่า คิดเอาเองว่างั้นนะ)

คือจริงๆแค่คำพูดแค่นี้มันเบาๆมากอ่ะ คือมองในแง่ดี โลกสวยๆเค้าก็ไม่ได้ไล่นะ มันก็สมควรแก่เวลา แต่พอหลายๆอย่างประกอบกันรวมกับประสบการณ์ที่ผ่านมาเลยรู้สึกว่าวันนี้มันเป็นการประชุมที่แย่มาก ตั้งแต่

1.พนักงานคนไทยพูดไม่รู้เรื่อง (เป็นมานานแล้ว เราก็แปลตามที่เค้าพูด แต่คนญีปุ่นก็แก้คำพูดให้เราเพราะคนนี้พูดผิด ก็นิ่งๆไป)
2.คนญี่ปุ่นคุยกันเองภายในทีม เราก็พยายามจะสรุปๆ พอจะแปลสรุป ยังไม่ทันแปลจบ คนญีปุ่่นก็พูดแทรกขึ้นมาทันที คนญีปุ่่นอีกคนในทีมก็บอกเราว่าไม่ต้องแปล รายละเอียดเดี๋ยวจะอธิบายทีหลัง
3.ผู้จัดการคนไทยถามเราว่าเราเข้าใจมั้ย เข้าใจว่าอะไร (ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเข้าใจว่าอะไรดีเพราะยังไม่ทันจะได้แปลเลย) พี่เค้าพยายามจะปรับความเข้าใจให้ตรงกันแต่คนญีปุ่่นคนหนึ่งก็ไม่ปล่อยให้ได้พูดเลย เราเลยรู้สึกเหมือนโดนผู้จัดการคนไทยคนนี้ตำหนิหน่อยๆ ไม่รู้เราคิดไปเองเพระาตอนนั้นเครียดรึเปล่า
4.หลายๆอย่างประกอบกันไม่มีใครฟังใคร เครียดด้วยหิวข้าวด้วย พอออกมาไปเข้าห้องน้ำ กินข้าวเลยรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้เลย แต่ก็ไม่ร้องหรอก ฮึบไว้ แต่มันรู้สึกไม่โอเค
มันทำให้เราบอกตัวเองเลยว่าเราคงไม่เหมาะกับการเป็นล่าม และบางทีอาจจะไม่เหมาะกับการทำงานบริษัทเลยก็ได้ ไม่ว่าเราจะใช้ความพยายามแค่ไหนก็เถอะ

ไม่ได้บ่นโวยวายเรื่องร้ายๆที่เจอมาหรอก สุดท้ายเราก็แค่พิมพ์สเตตัสลงไปว่า “やっと通訳の苦労が分かった。” – ในที่สุดก็เข้าใจความลำบากของล่ามแล้ว
.
เราค่อยๆเข้าใจคำพูดของพี่ล่ามคนนั้นแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราไม่รู้สึกตอนทำงานบริษัทขนาดเล็ก
แต่อย่างว่าแหละว่าของแบบนี้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องมีประสบการณ์ของตัวเองถึงจะเข้าใจ ต่อให้คนอื่นบอก เราก็ทำได้แค่ฟัง

เรื่องบางเรื่องอธิบายให้คนที่ไม่ได้เป็นล่ามฟังเค้าก็ไม่เข้าใจนะ เราก็เจอคนพูดกับเราบ่อยว่างานล่ามสบายรายได้ดี แค่พูดๆก็ได้เงินแล้ว สบายจะตายไม่เห็นทำอะไรเลย เห็นหลายๆคนอยากจะมาเป็นล่ามเพราะเงิน เราก็เป็นล่ามเพราะเงิน แต่อีกด้านหนึ่งมันก็มีความเครียด ความยากลำบากเหมือนกัน

ทุกอาชีพแหละ ไม่เฉพาะล่ามหรอก คนขาบก๋วยเตี๋ยวก็ต้องทนยืนหน้าหม้อร้อนๆ คนสูบส้วมก็ต้องทนกลิ่นขี้ คนเก็บขยะก็ต้องทนกับขยะ คนส่งไปรษณีย์ดีๆไม่อยากโยนของก็มี แต่บางทีของมันเยอะ มันหยัก อยากทำให้เสร็จเร็วๆ บางทีเจอคนแพ็คของมาไม่ดีส่งกลิ่นเน่าไหลเลอะเทอะก็มี

เอาเป็นว่า “ฮึบไว้ แล้วเริ่มต้นใหม่วันพรุ่งนี้แล้วกัน”
แต่พรุ่งนี้มันวันเสารืนะ ไม่ล่ะ ฉันจะนอน!

Advertisements

One thought on “[มนุษย์ล่าม] ใครเล่าจะซึ้งถึงหัวอกของล่ามเท่ากับล่ามด้วยกันเอง

  1. ชอบๆๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ อัพเดทบ่อยน้าาา อยากเป็นล่ามม พี่ล่ามสู้ๆๆ ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s