ความรู้สึกหลังจากได้ดูซีรี่ย์เรื่อง Boku no ita jikan

ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปนานมาก อีกอย่างที่ทำงานใหม่ก็เข้าอินเตอร์เน็ตไม่ได้ และงานที่ต้องแปลก็เยอะจนไม่มีเวลาว่างด้วย แต่เราจะพยายามเขียนต่อไป เพราะไม่อยากละทิ้งความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนของตัวเอง

(ใครเขาอยากจะอ่านความฝันของแกกัน)

รู้จักคันโซบุนมั้ยคะ ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 感想文 かんそうぶん เป็นการเขียนเกี่ยวกับความคิด ความรู้สึกของตัวเอง

ตอนเราไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นมา เราต้องเขียนเยอะมาก ไปทัศนศึกษาก็ต้องเขียน เรียนวิชาการฟัง ฟังเพลงแล้วก็ต้องเขียน มีวิชาที่ดูหนังแล้วก็ไม่มีสอบ ให้สอบด้วยการเขียนเรียงความส่ง

ตอนเด็กๆเราเคยประกวดเรียงความจากภาพได้ที่ 1 ของจังหวัดด้วยล่ะ แต่เราไม่ใช่คนเขียนเรียงความได้ดีหรอก ตอนนั้นเราเขียนได้ดี เพราะมันเป็นเรียงความ “จากภาพ”น่ะ

เกริ่นนำเวิ่นเว้อตามสไตล์อีกแล้ว ช่วงนี้ชีวิตดราม่า เลยหาอะไรดราม่าๆดูหน่อย

ก่อนหน้านี้ที่ไทยและหลายๆประเทศฮิตทำ #icebucketchallenge เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS

ในเรื่อง Boku no ita jikan พระเอกของเรื่อง ซาวาดะ ทาคุโตะ ก็ป่วยด้วยโรคนี้

เราร้องไห้ไปครึ่งวันเพราะดูเรื่องนี้ เราเริ่มรู้สึกว่าความตายมันใกล้ตัวครั้งแรกก็ตอนที่เราอยู่ในรถพยาบาล ในวินาทีที่ยายของเรากำลังจะเสียชีวิต กับตอนที่เรารู้ข่าวว่าเพื่อนคนหนึ่งของเราตอน ม.ต้นเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

เราพยายามใช้ชีวิตทุกวันในแบบที่คิดว่าตัวเองจะไม่ต้องเสียใจทีหลัง แต่สิ่งที่เราเป็นก็แค่คนธรรมดาหรือคนกากๆคนหนึ่ง

วันนี้ดูหนังเรื่องนี้แล้วตอนท้ายๆเรื่องจะเป็นตอนที่ทาคุโตะถูกเชิญไปบรรยายที่โรงเรียนของสุมิเระจัง สมัยมัธยม ที่โรงเรียนจะมีเชิญรุ่นพี่มาพูดแนะแนวน้อง แนะนำมหาลัย ตอนนั้นเราคิดว่า เราอยากขึ้นไปพูดบนเวทีของโรงเรียน เพราะว่ารุ่นพี่ที่มาแนะแนวไม่มีมหาลัยที่เราอยากเข้า แถมขึ้นมาบูมมหาลัยให้ฟัง อืม..ทำอย่างนั้นทำไมนะ?

ตอนนี้เราจบมาจากมหาลัยที่เราอยากเข้าในตอนนั้น แต่เราก็ไม่ได้กลับไปพูดที๋โรงเรียนอยู่ดี เราเลยคิดเล่นๆว่าจะมีเด็กสักคนคิดเหมือนเราในตอนนั้นมั้ยนะ

แต่เรื่องที่เราอยากพูดที่โรงเรียน อาจารย์คงรับไม่ได้หรอกที่เราจะพูด

คนส่วนใหญ่ที่มีโอกาสพูดให้คนอื่นฟัง มักจะต้องเป็นคนที่ฉลาด มีหน้าที่การงานดี ทำอะไรเจ๋งๆสักอย่าง ถึงจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ แต่สำหรับเรา มันไม่จำเป็นเลยนะที่คนที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ต้องเป็นคนเก่ง

ทาคุโตะเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เก่งอะไรเลย การต่อสู้กับโรคของทาคุโตะ ในความรู้สึกเราก็เป็นแค่คนธรรมดา ทาคุโตะก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพิเศษอะไรหรอก แต่สิ่งที่ทาคุโตะพูดในหนัง เราชอบนะ

เราชอบแนะนำคนอื่น มีหลายครั้งที่เราโทรไป เพื่อแนะนำเค้า ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยากปรึกษา แค่เราอยากบอกเค้าแบบนั้นเฉยๆ

ตอนนี้เรารู้จักน้องคนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นไกด์ เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเป็นได้รึเปล่า หรือเป็นแล้วมีความสุขรึเปล่า แต่เราก็อยากจะบอกเค้าว่าเรามีความคิดเห็นยังไงบ้าง ถ้ามันพอจะช่วยทำให้ความฝันของใครสักคนเป็นจริง เรายินดีจะทำนะ

คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรามีหลายคน ที่ชัดที่สุดก็คงเป็นอาจารย์สมัยมหาลัยเรา เดือนที่แล้วเพิ่งไปญีปุ่่น ไปกินเบียร์กับอาจารย์มาด้วย อย่านึกภาพอาจารย์เราเป็นศาสตราจารย์อะไรทำนองนั้นนะ อาจารย์เราหน้าเด็กมาก ดูสาวๆ ดูแก่กว่าเด็กมหาลัยไม่เกินสองสามปี อิมเมจแบบแบ๊วๆ แต่ก็ตั้งใจสอนมาก

แต่เราดันหลับในห้องเรียนตลอดเลย เพิ่งจะมาตื่น ตอนที่อาจารย์สอนเรื่องความสามารถพิเศษ แล้วอาจารย์ก็บอกว่าความสามารถพิเศษของอาจารย์คือการวิ้งค์ แล้วอาจารย์ก็วิ้งค์ให้นักศึกษา

น่ารักมากกกกก ตั้งแต่วันนั้นเราก็ชอบอาจารย์คนนี้ พอตอนปีสามได้อาจารย์เป็นที่ปรึกษาเรื่องสุนทรพจน์ ก็เลยได้คุยกันเยอะหน่อย อาจารย์เลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราพยายามกับภาษาญี่ปุ่น(ทำบ้างไม่ทำบ้าง) จนมาได้ถึงทุกวันนี้

เราคิดนะ ว่าเราอยากให้มีอะไรในหนังสืองานศพของตัวเอง วันหนึ่งถ้าเราไม่อยู่บนโลกนี้ เราอยากให้คนพูดถึงเรายังไง หรือคิดถึงเราแบบไหน

หรือถ้าเกิดว่าเรารู้ตัวว่าตัวเองอยู่ได้ไม่นาน เราอยากทำอะไร

ถ้าเกิดว่าพรุ่งนี้ต้องตาย วันนี้อยากทำอะไร?

ถ้าสมมุติว่าเราเป็นนักโทษประหาร อาหารมื้อสุดท้ายอยากกินอะไร?

ก็แค่คิดเล่นๆ แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรที่จริงจังนักหรอก เราก็อยู่ไปวันๆแบบคนไม่มีเป้าหมาย

ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือผ่อนบ้านให้หมด แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆรึเปล่า เราจะเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆรึเปล่า

หรือเราแค่ทำแบบนี้ เพราะมันดูผ่านๆเหมือนเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จดี

ไม่หรอก ตอนซื้อบ้านเราไม่ได้คิดอะไรเยอะขนาดนั้น เราแค่อยากอุปการะแมว กับมีครัวที่ทำอาหารได้ แค่นั้นเอง

เอนทรี่นี้คงไม่ได้มีประโยชน์อะไร ไม่ได้สอนภาษาญีปุ่่นใคร เป็นแค่การพร่ำเพ้อเวิ่นเว้อของคนๆหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร

คนอ่านก็อ่านมาตั้งนาน อะไรวะ

จบแล้วค่ะ

(อ้าว เมิงจบดื้อๆอย่างนี้เลยเหรอ)

ใช่ค่ะ ^___^

ถ้าเกิดมีใครสักคนผ่านมาอ่านแล้วมีหนัง หรืออนิเมะเรียกน้ำตารบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ เรากำลังต้องการ

Advertisements

4 thoughts on “ความรู้สึกหลังจากได้ดูซีรี่ย์เรื่อง Boku no ita jikan

  1. พี่ก้อยก็ดูเรื่องนี้จบไปแล้วเหมือนกัน ^^

    • น้องเป็นนักเขียนได้แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ เรามีความฝันเดียวกัน แต่ดูเหมือนน้องจะลงมือสร้างมันก่อนพี่ซะอีก555 เราต้องพยายามบ้างแล้วล่ะ

      • ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ มีแรงเขียนบล็อกขึ้นมาเลยหลังจากไม่ได้เขียนไปนาน สู้ๆนะคะ ตอนแรกเราแค่เริ่มจากเวลาว่างในการทำงานประจำค่ะ แต่ตอนนี้งานประจำใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้แล้ว ก็เลยเขียนที่บ้านเอา เจออะไรก็โน้ตๆไว้แล้วก็ลงมือเขียนค่ะ แค่มีคนมาอ่านแล้วชอบก็ดีใจแล้วค่ะ

  2. พึ่งดูซีรี่ส์จบ น้ำตายังไม่แห้งเลย อิจฉาทาคุโตะ ในความโชคร้ายก็ยังมีสิ่งดีๆ คนปกติทั่วไปบางคนยังไม่มีเรื่องดีแบบที่ทาคุโตะได้รับเลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s